Page | 1
วันที่ 16 เมษายน 2557
อาจารย์ประจำหน่วยที่ 1 แนวทางคิด
เทคโนโลยีและนวตกรรมทางการศึกษา ที่ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพเรียนรู้
เทคโนโลยี คือ สิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อการนำความรู้ของศาสตร์ใด
ๆ มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
เทคโนโลยีทางการศึกษา หมายถึง การนำความรู้ของศาสตร์ใด ๆ
มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ
และประสิทธิผล
นวัตกรรม คือ แนวความคิด
ปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ
ที่นำมาใช้ในการปฏิบัติงานนั้น เพื่อให้เกิดผลดีมีประสิทธิภาพ
นวัตกรรมการศึกษา คือ แนวความคิด
ปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ที่นำมาใช้ในการปฏิบัติการสอน เพื่อให้เกิดผลดี
มีประสิทธิภาพ
ประเภทของสือ เทคโนโลยี นวัตกรรมการศึกษา
- วัสดุ คือ
สิ่งที่ใช้หมดไปสิ้นเปลือง มีอายุการใช้งานไม่นาน
- อุปกรณ์ คือ ใช้ในการเรียนการสอน เป็นอุปกรณ์ที่คงทนถาวร
- วิธีการกระบวนการ คือ
การเรียนการสอน ผ่าน wed model
การพัฒนาสื่อ - นวัตกรรม (R&D)
R- การศึกษาวิเคราะห์ความรู้ / ข้อมูลเกี่ยวกับ NA
D - การสังเคราะห์
R - การตรวจสอบนวัตกรรมเบื้องต้น (โดยผู้เชี่ยวชาญ)
D - การปรับปรุงแก้ไข
R - การทดลอง
*สื่อต้องมีวิจารณญาณในการเลือกใช้
Page | 2
ลักษณะการเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสม
• ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ตามจุดมุ่งหมาย
•
จัดหาและใช้ได้โดยสะดวก ไม่ซับซ้อน ประหยัด
•
มีผลกระทบด้านลบน้อยมาก ต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม
•
ส่งเสริมศักดิ์ศรีและศักยภาพของมนุษย์
•
มีเหตุผล
มีความรอบคอบ เป็นต้น
เกณฑ์การเลือกใช้สื่อ
- เหมาะกับการแก้ไขปัญหา / พัฒนาการเรียนรู้
- เหมาะสมกับธรรมชาติเนื้อหาวิชาและการวิจัยผู้เรียน
- เป็นวัตกรรมที่ดีกว่าเดิม
-ประหยัด สะดวก
-ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อนในการใช้
- สามารถทดสอบ / ทดลอง ใช้เวลาไม่นาน
- สามารถทดสอบ / ทดลอง ใช้เวลาไม่นาน
รูปแบบการสอน ( Teaching /
Instruction Model)
• แบแผนการดำเนินการสอนที่ ได้รับการจัดระบบ
ให้สัมพันธ์ กับทฤษฎีหลักการการเรียนรู้ ที่รูปแบบการสอนนั้นยึดถือ โดยได้รับการพิสูจน์ /ทดสอบว่ามีประสิทธิภาพ ช่วยให้ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ อย่างมีประสิทธิภาพ ตามจุดมุ่งหมายของรูปแบบนั้น
K - ความรู้ความเข้าใจ
พุทธพิสัย (K A)
A - คุณลักษณะอันพึงประสงค์ VS จิตพิสัย (A)
P - ทักษะการคิด ทักษะพิสัย
P- การสอนแบบสาธิต
A - การมีวินัย
ตรงต่อเวลา ส่งงานตรงเวลา
Page| 3
วันที่ 17 เมษายน 2557
อาจารย์ประจำหน่วยที่ 2 การเรียนการสอนแบบ
PBL
ดร. เจนศึก โพธิศาสตร์
Project based learning คืออะไร
จากที่มีนักวิชาการหรือผู้รู้ได้ได้ความหมายไว้มากมาย
ผู้เขียนสามารถสรุปได้ดังนี้. Project based
learning (PBL) หรือ กระบวนการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน คือ
การใช้องค์ความรู้ ประสบการณ์เดิม ของผู้เรียนมาใช้ในกิจกรรม
เพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหา ซึ่ง จะนำไปสู่องค์ความรู้ใหม่
ที่ได้จากการลงมือปฏิบัติจริง
และทั้งหมดนี้จะก่อให้เกิดทักษะต่างๆในการจัดการปัญหา ผนวกกับการเกิดความรู้ใหม่ๆ
จากความสนใจของผู้เรียนเอง ซึ่ง ก็เป็นไปตามหลักกาีที่ว่า.
"การเรียนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ"
แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการเรียนแบบ PBL
รูปแบบที่เน้นการดึงเอาศักยภาพของผู้เรียนให้นำออกมาใช้ให้มากที่สุด
ฝึกฝนทักษะกระบวนการศึกษาและหาข้อมูลสารสนเทศประกอบกับการตัดสินใจ
ค้นหาวิธีแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง
ศึกษาเรื่องที่สนใจโดยอิงความรู้เดิมที่มีเป็นหลักส่งเสริมให้ผู้เรียนเข้าาู่กระบวนกาีเรียนรู้แบบสืบสอบ
(Process of inquiry) ซึ่งเป็นกระบวนการคิดขั้นสูง
และเป็นไปตามหลักการที่ว่า "การเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ"
ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1.สำรวจความสนใจ
2.วางแผนการทำงาน
3.ลงมือปฏิบัติ
4.เขียนรายงาน
5.นำเสนอผลงาน
6.กำหนดทิศทางการศึกษาครั้งต่อไป
(ผู้เขียนกำหนดขึ้นมาเอง)
Page 4
ประโยชน์ของการนำไปใช้
ด้านผู้เรียน. ::
ผู้เรียนจะมีความกระตือรือร้นในการเรียนมากขึ้น
เพราะเป็นการเรียนรู้ที่สามารถเลือกได้ตามความสนใจของผู้เรียนเอง
และฝึกกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ มีรูปแบบการคิด ที่เป็นระเบียบและสมบูรณ์มากขึ้น
และผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของตนเอง
ซึ่งจะส่งเสริมให้เกิดความอยากรู้อยากเรียนมากขึ้น
ด้านผู้สอน. ::
สามารถจัดกิจกรรมการสอนได้ง่ายมากขึ้น โดยผู้สอนเป็นผู้ให้คำแนะนำ
ชี้แนะในส่วนที่ยังขาดในการทำงานของผู้เรียน และผู้สอนสามารถเรียนรู้ไปพร้อมๆกับผู้เรียน
ทำให้เกิดการต่อยอดทางความคิดต่อไป (พันเทพ กู่นอก ม.มหาสารคาม)
6 ขั้นตอน
การจัดการเรียนรู้แบบ Project-based Learning ให้ประสบความสำเร็จ
6 Steps for Success Project-based Learning
ข้ออ้างอิงจาก
กลุ่ม KM CHILD-PBL
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
การเรียนรู้ด้วยโครงงาน (Project-based Learning)
การเรียนรู้ด้วยโครงงาน
เป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญรูปแบบหนึ่ง
ที่เป็นการให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงในลักษณะของการศึกษา สำรวจ ค้นคว้า ทดลอง
ประดิษฐ์คิดค้น โดยครูเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ให้ความรู้ (teacher) เป็นผู้อำนวยความสะดวก (facilitator) หรือผู้ให้คำแนะนำ (guide) ทำหน้าที่ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนทำงานเป็นทีม
กระตุ้น แนะนำ และให้คำปรึกษา เพื่อให้โครงการสำเร็จลุล่วง ประโยชน์ของการเรียนรู้ด้วยโครงงานสิ่งที่ผู้เรียนได้รับจากการเรียนรู้ด้วย
PBL จึงมิใช่ตัวความรู้ (knowledge) หรือวิธีการหาความรู้
(searching) แต่เป็นทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม (learning
and innovation skills) ทักษะชีวิตและประกอบอาชีพ (Life and
Career skills) ทักษะด้านข้อมูลข่าวสาร การสื่อสารและเทคโนโลยี (Information
Media and Technology Skills) การออกแบบโครงงานที่ดีจะกระตุ้นให้เกิดการค้นคว้าอย่างกระตือรือร้นและผู้เรียนจะได้ฝึกการใช้ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์และแก้ปัญหา
(critical thinking & problem solving) ทักษะการสื่อสาร
(communicating) และทักษะการสร้างความร่วมมือ
Page 5
(collaboration)ประโยชน์ที่ได้สำหรับครูที่นอกจากจะเป็นการพัฒนาคุณภาพด้านวิชาชีพแล้ว
ยังช่วยให้เกิดการทำงานแบบร่วมมือกับเพื่อนครูด้วยกัน
รวมทั้งโอกาสที่จะได้สร้างสัมพันธ์ที่ดีกับนักเรียนด้วย
ขั้นตอนที่สำคัญในการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน
STEP 1 การเตรียมความพร้อมครูเตรียมมอบหมายโครงงานโดยระบุในแผนการสอน
ในชั้นเรียนครูอาจกำหนดขอบเขตของโครงงานอย่างกว้างๆ ให้สอดคล้องกับรายวิชา
หรือความถนัดของนักเรียน และเตรียมแหล่งเรียนรู้ ข้อมูลตัวอย่าง
เพื่อเป็นแนวทางให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม สามารถใช้เว็บไซต์
หรือโปรแกรม moodleในการ update ข้อมูลแหล่งเรียนรู้
และการกำหนดนัดหมายต่างๆเกี่ยวกับการดำเนินโครงการได้
STEP 2 การคิดและเลือกหัวข้อให้นักเรียนเป็นผู้สร้างทางเลือกในการออกแบบโครงงานเอง
เพื่อเปิดโอกาสให้รู้จักการค้นคว้าและสร้างสรรค์ความรู้เชิงนวัตกรรม
ครูอาจให้ผู้เรียนทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกหัวข้อ
การทำงานเป็นทีมกระตุ้นให้เกิด brain storm จะทำให้เกิดทักษะ
ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ ทักษะการสื่อสาร และทักษะการสร้างความร่วมมือ
STEP 3 การเขียนเค้าโครงการเขียนเค้าโครงของโครงงาน
เป็นการสร้าง mind map แสดงแนวคิด แผน
และขั้นตอนการทำโครงงาน เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องมองเห็นภาระงาน บทบาท
และระยะเวลาในการดำเนินงาน ทำให้สามารถปฏิบัติโครงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
STEP 4 การปฏิบัติโครงงานนักเรียนลงมือปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ในเค้าโครงของโครงงาน
ถ้ามีการวางเค้าโครงเอาไว้แล้ว นักเรียนจะรู้ได้เองว่าจะต้องทำอะไรในขั้นตอนต่อไป
โดยไม่ต้องรอถามครู
ในระหว่างการดำเนินการครูผู้สอนอาจมีการให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดหรือร่วมแก้ปัญหาไปพร้อมๆกับนักเรียน
STEP 5 การนำเสนอโครงงานนักเรียนสรุปรายงานผล
โดยการเขียนรายงาน หรือการนำเสนอในรูปแบบอื่นๆเช่น แผ่นพับ โปสเตอร์จัดนิทรรศการ
รายงานหน้าชั้นส่งงานทางเว็บไซต์หรืออีเมล
ถ้ามีการประกวดหรือแข่งขันด้วยจะทำให้นักเรียนเกิดความกระตือรือร้นมากขึ้น
STEP 6 การประเมินผลโครงงานการประเมินโครงงานควรมีการประเมินผลการเรียนรู้โดยหลากหลาย
(muiti evaluation) เช่น นักเรียนประเมินตนเอง
ประเมินซึ่งกันและกัน ประเมินจากบุคคลภายนอก
การประเมินจะไม่วัดเฉพาะความรู้หรือผลงานสุดท้ายเพียงอย่างเดียว
แต่จะวัดกระบวนการที่ได้มาซึ่งผลงานด้วย
การประเมินโดยครูหลายคนจะเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์และทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูด้วยกันอีกด้วย
แหล่งเรียนรู้
Page 6
กิจกรรมที่ 1 สรุป
แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการเรียนแบบ PBL
รูปแบบที่เน้นการดึงเอาศักยภาพของผู้เรียนให้นำออกมาใช้ให้มากที่สุด
ฝึกฝนทักษะกระบวนการศึกษาและหาข้อมูลสารสนเทศประกอบกับการตัดสินใจ วิเคราะห์
แก้ปัญหา ค้นหาวิธีแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง
ศึกษาเรื่องที่สนใจโดยอิงความรู้เดิมที่มีเป็นหลักส่งเสริมให้ผู้เรียนเข้าาสู่กระบวนการเรียนรู้แบบสืบสอบ
(Process of inquiry) มีการทำงานแบบร่วมมือ
ซึ่งเป็นกระบวนการคิดขั้นสูง และเป็นไปตามหลักการที่ว่า
"การเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ"
ขั้นตอนการจัดกิจกรรมโครงงานการเรียนรู้
1.สำรวจความสนใจ
2.วางแผนการทำงาน
3.ลงมือปฏิบัติ
4.เขียนรายงาน
5.นำเสนอผลงาน
6. ประเมินผลโครงงาน
(กำหนดทิศทางการศึกษาครั้งต่อไป)
Page 7
กิจกรรมที่ 2 องค์ประกอบของโครงการ
ชื่อองค์การ
แผนงาน
ชื่อโครงการ
ชื่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ
(หน่วยงานย่อย)
รายละเอียดของโครงการ
1. หลักการและเหตุผล
2. วัตถุประสงค์
3. เป้าหมาย
4. ผู้ที่เกี่ยวข้อง
5. ระยะเวลา
6. สถานที่ปฏิบัติของโครงการ
7. ผู้รับผิดชอบโครงการ
8. ขั้นตอนในการดำเนินงาน
9. ปฏิทินการปฏิบัติงาน
10. งบประมาณ
ค่าวัสดุ
ค่าใช้ส
ค่าตอบแทน
อื่นๆ
11. การติดตามประเมินผล
12. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
แฟ้มสรุป
Page 8
หน่วยที่ 2 การเรียนการสอนแบบ
PBL
การเรียนรู้โดยการใช้ปัญหาเป็นฐานเป็นวิธีการพัฒนาหลักสูตรและวิธีการสอนที่ใช้ปัญหาเป็นตัวกระตุ้น
คือ
1. ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ
2. เรียนโดยแบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มย่อยโดยส่วนใหญ่
3. ใช้ปัญหาจริงและการแก้ปัญหาเป็นหลักในการเรียนรู้
4. มีการบูรณาการของเนื้อหาความรู้
Page 9
สรุปงานวันที่ 18 เมษายน 2557
ว่าที่ร้อยตรีหญิง ดร. ชัชญาภา วัฒนธรรม
ให้สรุปงานตั้งแต่ วันที่ 16 เม.ย. 57
ของผศ. ดร. ไพรัช สู่แสนสุข
งาน วันที่ 17 เม.ย. 57 ของ อ.ดร.
เจนศึก โพธิศาสตร์
และให้นักศึกษาสร้าง Gmail การสร้าง Blog ส่งงานอาจารย์ผ่านบล๊อคของตนเอง(khweuy blogger.com)
ตอบคำถามจากใบงานที่
1
1. ตอบ
สารสนเทศเปรียบเสมือนการเดินทางการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารถึงกันทำให้ประชากรในโลกรับฟังข่าวสารกันได้ตลอดเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานดังนั้นเทคโนโลยีสารสนเทศจึงมีความเกี่ยวข้องกับคนทุกระดับ
ทั้งในด้านการบริหารนโยบาย
2. ตอบ เว็บ ไซด์ของโรงเรียน (School s
Operation) เพราะทำให้บุคคลภายนอกสามารถรับข้อมูลข่าวสารจาก
โรงเรียนได้ตลอดเวลา จนถึงโรงเรียนสามารถรับข้อมูลข้าวสารจากศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(Obec Doc)
โดยจากระดับสูง-ลงล่าง และจาก ล่าง-สูง
- การสอนต้องบรรลุวัตถุประสงค์
- ครูเป็นผู้สร้างสิ่งมหัศจรรย์
เทคโนโลยี คือ
สิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อการนำความรู้ของศาสตร์ใด ๆ มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ
และประสิทธิผล
เทคโนโลยีทางการศึกษา หมายถึง การนำความรู้ของศาสตร์ใด ๆ
มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ
และประสิทธิผล
นวัตกรรม คือ แนวความคิด
ปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่นำมาใช้ในการปฏิบัติงานนั้น
เพื่อให้เกิดผลดีมีประสิทธิภาพ
นวัตกรรมการศึกษา คือ แนวความคิด
ปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ที่นำมาใช้ในการปฏิบัติการสอน เพื่อให้เกิดผลดี
มีประสิทธิภาพ
ประเภทของสือ เทคโนโลยี นวัตกรรมการศึกษา
- วัสดุ คือ
สิ่งที่ใช้หมดไปสิ้นเปลือง มีอายุการใช้งานไม่นาน
Page | 10
- อุปกรณ์ คือ ใช้ในการเรียนการสอน เป็นอุปกรณ์ที่คงทนถาวร
- วิธีการกระบวนการ คือ
การเรียนการสอน ผ่าน wed model
การพัฒนาสื่อ - นวัตกรรม (R&D)
R- การศึกษาวิเคราะห์ความรู้ / ข้อมูลเกี่ยวกับ NA
D - การสังเคราะห์
R - การตรวจสอบนวัตกรรมเบื้องต้น (โดยผู้เชี่ยวชาญ)
D - การปรับปรุงแก้ไข
R - การทดลอง
*สื่อต้องมีวิจารณญาณในการเลือกใช้
ลักษณะการเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสม
• ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ตามจุดมุ่งหมาย
•
จัดหาและใช้ได้โดยสะดวก ไม่ซับซ้อน ประหยัด
•
มีผลกระทบด้านลบน้อยมาก ต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม
•
ส่งเสริมศักดิ์ศรีและศักยภาพของมนุษย์
•
มีเหตุผล
มีความรอบคอบ เป็นต้น
เกณฑ์การเลือกใช้สื่อ
- เหมาะกับการแก้ไขปัญหา / พัฒนาการเรียนรู้
- เหมาะสมกับธรรมชาติเนื้อหาวิชาและการวิจัยผู้เรียน
- เป็นวัตกรรมที่ดีกว่าเดิม
-ประหยัด สะดวก
-ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อนในการใช้
- สามารถทดสอบ / ทดลอง ใช้เวลาไม่นาน - สามารถทดสอบ / ทดลอง ใช้เวลาไม่นาน
Page | 11
รูปแบบการสอน ( Teaching /
Instruction Model)
• แบแผนการดำเนินการสอนที่ ได้รับการจัดระบบ
ให้สัมพันธ์ กับทฤษฎีหลักการการเรียนรู้ ที่รูปแบบการสอนนั้นยึดถือ โดยได้รับการพิสูจน์ /ทดสอบว่ามีประสิทธิภาพ ช่วยให้ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ อย่างมีประสิทธิภาพ ตามจุดมุ่งหมายของรูปแบบนั้น
K - ความรู้ความเข้าใจ
พุทธพิสัย (K A)
A - คุณลักษณะอันพึงประสงค์ VS จิตพิสัย (A)
P - ทักษะการคิด ทักษะพิสัย
P- การสอนแบบสาธิต
A - การมีวินัย ตรงต่อเวลา ส่งงานตรงเวลา
Page | 12
สรุปงาน
วันที่ 18 เมษายน 2557
อาจารย์ประจำหน่วย ว่าที่ร้อยตรีหญิง
ดร.ชัชญาภา วัฒนธรรม
หน่วยที่ การใช้ Blog ในการเรียนการสอนโดยการการสร้างบทเรียนด้วย
โปรแกรม
Web
Quest สาระการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษา 2 เรื่องทวีปแอฟริกา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ผู้เข้ารับการอบรม :
นายจำลอง ขุนทองจันทองจันทร์ 3013
1.ขั้นนำ
Introdution
เรื่องทวีปแอฟริกา
เนื้อหาสาระทวีปแอฟริกา
1 ที่ตั้ง พิกัดภูมิศาสตร์ ที่ตั้งสัมพันธ์
2 ลักษณะทางกายภาพ ลักษณะภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิอากาศ
คำถามเกี่ยวทวีปแอฟริกาเพื่อกำหนดกรอบการเรียนรู้
1.คำถามสร้างพลังคิด ทำไมเราต้องพึ่งพาคนอื่น ?
2.คำถามประจำหน่วยการเรียนรู้ ปิรามิด
ในอิยิปต์มีผลต่อความคิดของมนุษย์ในปัจจุบันอย่างไร ?
Page | 14
3.คำถามประจำบทเรียน แม่น้ำสายใดยาวที่สุดในโลก ?
แผนที่โลก
การผ่าลูกโลกออกจะมีลักษณะดังนี้
Page | 15
2.ภาระงาน Task
2.ให้นักเรียนกลุ่มที่ 1-7 ศึกษาค้นคว้าและผลิตชิ้นงาน ดังนี้ ( คำสั่ง กลุ่มละ 5คน )
2.1 ให้นักเรียนเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่าง
ด้านลักษณะทางกายภาพ ลักษณะภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิอากาศ ของแอฟริกาเหนือกับแอฟริกาใต้ นำเสนอโดยใช้ โปรแกรม Microsoft PowerPoint หรือนำเสนอโดยผลิตเป็นเว็บไซต์
หรือ แผ่นพับ หรือ วิธีการอื่นโดยปรึกษากับครูผู้สอน พร้อมตั้งคำถามและเฉลย
เกี่ยวกับเรื่องที่นำเสนอมาถามเพื่อนในกลุ่มอื่น
2.2.ให้นักเรียนเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างด้านลักษณะทางกายภาพ ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิอากาศ ของแอฟริกาตะวันตกกับแอฟริกากลาง โดยใช้ แผ่นพับในการนำเสนอ หรือ ใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint
หรือผลิตเป็นเว็บไซต์ หรือวิธีการอื่น โดยปรึกษากับครู
ผู้สอน พร้อมตั้งคำถามและเฉลย
เกี่ยวกับเรื่องที่นำเสนอมาถามเพื่อนในกลุ่มอื่น
2.3ให้นักเรียนเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างด้านลักษณะลักษณะทางกายภาพ ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิอากาศ ของแอฟริกาตะวันตกกับแอฟริกากลาง โดยใช้ แผ่นพับในการนำเสนอ หรือ ใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint
หรือผลิตเป็นเว็บไซต์ หรือวิธีการอื่น โดยปรึกษากับครู
ผู้สอน พร้อมตั้งคำถามและเฉลย
เกี่ยวกับเรื่องที่นำเสนอมาถามเพื่อนในกลุ่มอื่น
2.4ให้นักเรียนยกตัวอย่างความเหมือนและความแตกต่างด้านลักษณะทางกายภาพ ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิอากาศ ของของแอฟริกาเหนือกับแอฟริกาตะวันออก โดยใช้ แผ่นพับในการนำเสนอ หรือ ใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint นำเสนอ หรือนำเสนอโดยผลิตเป็นเว็บไซต์ หรือ วิธีการอื่น
โดยปรึกษากับครูผู้สอน พร้อมตั้งคำถามและเฉลย
เกี่ยวกับเรื่องที่นำเสนอมาถามเพื่อนในกลุ่มอื่น
2.5ให้นักเรียนยกตัวอย่างความเหมือนและความแตกต่างด้านลักษณะทางกายภาพ ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิอากาศ ของของแอฟริกาใต้กับแอฟริกาตะวันตก โดยใช้ แผ่นพับในการนำเสนอ หรือ ใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint นำเสนอ หรือวิธีการอื่น โดยปรึกษากับครูผู้สอน พร้อมตั้งคำถามและเฉลย
เกี่ยวกับเรื่องที่นำเสนอมาถามเพื่อนในกลุ่มอื่น
Page | 16
2.6ให้นักเรียนเปรียบเทียบความแตกต่างด้านลักษณะลักษณะทางกายภาพ ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิอากาศ ของของแอฟริกาตะวันตกกับแอฟริกาตะวันออก มีสาเหตุมาจากอะไร นำเสนอโดยผลิตเป็นเว็บไซต์
หรือ ใช้ แผ่นพับในการนำเสนอ หรือ ใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint นำเสนอ หรือวิธีการอื่น โดยปรึกษากับครูผู้สอน พร้อมตั้งคำถามและเฉลย
เกี่ยวกับเรื่องที่นำเสนอมาถามเพื่อนในกลุ่มอื่น
2.7ห้นักเรียนเปรียบเทียบความแตกต่างด้านลักษณะทางกายภาพ ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิอากาศ ของของแอฟริกาเหนือกับแอฟริกาใต้ ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร นำเสนอโดยผลิตเป็นเว็บไซต์
หรือ ใช้ แผ่นพับในการนำเสนอ หรือ ใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint นำเสนอ หรือวิธีการอื่น โดยปรึกษากับครูผู้สอน
พร้อมตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่นำเสนอมาถามเพื่อนในกลุ่มอื่น
หมายเหตุ การผลิตชิ้นงานให้ดูคำสั่ง
และเกณฑ์การประเมินชิ้นงาน
3.กระบวนการเรียน process
3.1 นักเรียนตอบคำถามเพื่อกำหนดกรอบการเรียนรู้
3.1.1 นักเรียนตอบคำถามสร้างพลังคิด
(ทำไมเราต้องพึ่งพาคนอื่น ?)
3.1.2 นักเรียนตอบคำถามประจำหน่วย( ปิรามิด ในอิยิปต์มีผลต่อความคิดของมนุษย์ในปัจจุบันอย่างไร ?)
3.1.3 นักเรียนตอบคำถามประจำบทเรียน
(แม่น้ำสายใดยาวที่สุดในโลก ? )
3.2 นักเรียนดู PowerPoint ทวีปแอฟริกา เรื่อง
ลักษณะทางกายภาพ ประชากร ภาษา ศาสนา การปกครอง ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ พร้อมศึกษาจากเว็บ http://www.sainampeung.ac.th/chalengsak/index.htm
3.3 ให้นักเรียนกลุ่มที่ 1,7 ศึกษาค้นคว้าและผลิตชิ้นงาน
ดังนี้
แอฟริกาใต้ นำเสนอโดยใช้ โปรแกรม Microsoft PowerPoint
หมายเหตุ การผลิตชิ้นงานให้ดูคำสั่ง
และเกณฑ์การประเมินชิ้นงาน คำสั่ง 4 แอฟริกา
Page | 17
5.การประเมินผลEvaluation
5.1วิธีวัด
5.1ทดสอบก่อนเรียน
5.2สังเกตการณ์ทำงานกลุ่ม
5.2ชิ้นงาน
5.2.การประเมินผล
เกณฑ์กากรประเมินชิ้นงานโดยใช้รูบิก
ระดับคะแนน
|
ลักษณะของชิ้นงาน
|
3 (ดี)
|
-ข้อมูลเนื้อหาตรงประเด็นตามที่ที่กำหนดไ
-มีการจัดระเบียบข้อมูล เช่น ลักษณะทางกายภาพ
ลักษณะภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิอากาศที่มีความสัมพันธ์กัน และบทสรุปชัดเจนโดยใช้โปรแกรม Microsoft
PowerPoint
-มีความคิดสร้างสรรค์ น่าสนใจ
|
2 (ผ่าน)
|
-ข้อมูลเนื้อหาตรงประเด็นตามที่ที่กำหนดไว้
-มีการจัดระเบียบข้อมูล เช่น ลักษณะทางกายภาพ
ลักษณะภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิอากาศที่มีความสัมพันธ์กัน และบทสรุปโดยไม่ใช้โปรแกรม Microsoft
PowerPoint
|
1 (ต้องปรับปรุง)
|
-ข้อมูลเนื้อหาไม่ตรงประเด็นตามที่ที่กำหนดไว้
-ไม่มีการจัดระเบียบข้อมูล เช่น ลักษณะทางกายภาพ
ลักษณะภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิอากาศที่มีความสัมพันธ์กัน และบทสรุปโดยไม่ใช้โปรแกรม Microsoft
PowerPoint
-ใช้ข้อมูลไม่ตรงกำหนด
|
0
|
ไม่ผ่าน
|
Page | 18
ใช้ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมประมาณ
3 คาบเรียน
6.สรุปนักเรียนอ่านตำราเรียนเรื่องทวีปแอฟริกา นักเรียนฟังการบรรยายเกี่ยวกับทวีปแอฟริกา
ศึกษาจากเว็บไซต์นักเรียนนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับอัฟริกา ด้วยโปรแกรม Microsoft
PowerPoint หรือ นำเสนอโดยผลิตเป็นเว็บไซต์ หรือ แผ่นพับ หรือ
วิธีการอื่นโดยปรึกษากับครูผู้สอน พร้อมตั้งคำถามและเฉลยเกี่ยวกับเรื่องที่นำเสนอมาถามเพื่อนในกลุ่มอื่น
Page | 19
สรุปงาน 21 เม.ย. 57
อาจารย์ประจำหน่วย งานของ ผศ. ประเสริฐ แซ่เอี๊ยบ
บทเรียนที่ 5 นวัตกรรม คือ
การกระทำใหม่ ๆ ทีมีตัวตนโปรแกรม I P P TโปรแกรมEdmodo
นวัตกรรมต้องผ่านการทดลองออกมาก่อน
กิจกรรม pre Test
1. นวัตกรรมเกิดมาจากสาเหตุใดได้บ้าง?
ตอบ
เกิดจากความต้องความสะดวก
เป็นการแก้ปัญหา
ต้องการความรู้ใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพ ความเปลี่ยนแปลง
2.
บุคคลหรือกลุ่มคนใดที่ทำให้เกิดนวัตกรรม?
ตอบ หลังจากเกิดนวัตกรรมแล้วนั้น
จะเป็นที่ยอมรับหรือไม่ เพียงใดขึ้นอยู่กับบุคคลสำคัญ 3 ฝ่าย
1. นวัตกร (Innovation)
2. ผู้นำ (Leaders)
3. ผู้ต่อต้าน (Resistors)
3. นวัตกรรมสิ้นสภาพได้หรือไม่
อย่างไร?
ตอบ นวัตกรรมหมดสภาพได้ดังนี้
นวัตกรรม
ยอมรับ - ไม่ยอมรับ
เทคโนโลยี - ล้าสมัย หมดความนิยม
Page | 20
การยอมรับนวัตกรรมมีขั้นตอนดังนี้
1. ขั้นรับรู้
2. ขั้นสนใจ
3. ขั้นประเมินค่า
4.ขั้นทดลอง
5. ขั้นยอมรับ
6.ขั้นบูรณาการ
การปฏิเสธนวัติกรรมเกิดจากสาเหตุดังนี้
1. ความเคยชินกับวิธีการเดิม ๆ
2. ความไม่แน่ใจในประสิทธิภาพของนวัตกรรม
3. ความรู้ของบุคคล ต่อนวัตกรรม
4. ข้อจำกัดทางด้านงบประมาณ
ครูในยุค ICT
สถานการณ์ประเทศไทย
· จำนวนประชากร 65 ล้านคน
· โทรศัพท์พื้นฐาน 7
ล้านเครื่อง
· ใช้อินเทอร์เนต 25 ล้านคน
· โทรศัพท์มือถือ 64.7
ล้านคน
: ที่มา ยูเนสโกกรุงเทพฯ
อุปกรณ์สื่อสารที่นักเรียนใช้
· โทรศัพท์มือถือ 76%
· คอมพิวเตอร์ 61 %
· เครื่องฟังเพลงพกพา 32 %
: ที่มา
ยูเนสโกกรุงเทพฯ
Page | 21
สิ่งที่ครูยุค ICT จะต้องเจอ ////
· Google
· Social network
Facebook twitter Line
· Entertainment multimedia
Youtube ip.tv
· E Learning
· Mobile technology
· Technology for life
ทักษะที่ครูยุค ICT จะต้องมี
· ทักษะการสืบค้นข้อมูล
· การวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสาร
· ทักษะการออกแบบ ผลิต
ประยุกต์ใช้ ข้อมูลข่าวสาร
ผลจากการใช้นวัตกรรม 3 ป.
1. ประสิทธิภาพ
2.ประสิทธิผล
3.ประหยัด
นวัตกรรมการศึกษา
เกิดจากแนวคิดพื้นฐาน 4 ประการ
1.
ความแตกต่างระหว่างบุคคลโดยมุ่งหาวิธีการให้ผู้เรียนได้เรียนตามความสามารถ
2. แนวคิดด้านความพร้อม
นักการศึกษาเชื่อว่า การเรียนรู้จะได้ผลดี
เมื่อผู้เรียนมีความพร้อมและความพร้อมนี้สามารถสร้างขึ้นได้ เช่น
ศูนย์การเรียนการจัดโรงเรียนในโรงเรียน
กฎแห่งความพร้อม
1.พร้อม-ได้เรียน-พอใจ-การเรียนรู้
2. ไม่พร้อม-ได้เรียน-ไม่พอใจ-ไม่เรียนรู้
3. พร้อม –ไม่ได้เรียน-ไม่พอใจ-ไม่เรียนรู้
4. ไม่พร้อม-ไม่ได้เรียน-พอใจ-ไม่เรียนรู้
Page | 22
*ใบงาน : กรณีศึกษาปัญหาที่เกิดจากการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ
จาตุรนต์' ยันจัดซื้อ 'แท็บเล็ต' ไร้ทุจริต
โดย ไทยรัฐออนไลน์6 ก.พ. 2557 10:30
รมว.ศธ. ยืนยัน จัดซื้อ "แท็บเล็ต"
ไม่มีทุจริตแน่นอน เตรียมประชุมสรุปบทเรียน-เดินหน้าประมูลรอบใหม่ 7 ก.พ.นี้...
นายจาตุรนต์
ฉายแสง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ยืนยันความโปร่งใสของการดำเนินการจัดซื้อคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ปีการศึกษา 2556 กับบริษัท เสิ่นเจิ้น อิงถัง อินเทลลิเจ้นท์ คอนโทรล จำกัด ในโครงการ 1
คอมพิวเตอร์พกพา 1 นักเรียน
หลังประสบปัญหาการส่งมอบที่ล่าช้า รวมถึงการถูกยกเลิกสัญญาไปแล้วว่า
แม้ปัญหาที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อนโยบายรัฐบาล เพราะได้ประกาศไว้
แต่ไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ ตนเองสามารถยืนยันได้ว่า
ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นแน่นอน เนื่องจากหากมีการทักท้วง
หรือมีข้อสงสัยว่าขั้นตอนใดที่อาจเกิดการทุจริต จะสั่งระงับทันที
หรือยกเลิกสัญญาไป ขณะที่ปัญหาที่พบ คือ การส่งมอบที่ล่าช้า
และประสิทธิภาพของระบบจัดซื้อ จนส่งผลให้นักเรียนเสียโอกาสทางการศึกษานายจาตุรนต์
ยังกล่าวอีกว่า ในวันที่ 7 ก.พ. 57 นี้
จะประชุมคณะกรรมการจัดซื้อแท็บเล็ต เพื่อหาข้อสรุปทั้งหมด โดยเฉพาะการจัดประมูลแท็บเล็ตรอบใหม่ในโซนที่มีปัญหา
นอกจากนี้แล้ว ยังขอให้คณะกรรมการจัดซื้อ
และคณะกรรมการตรวจรับเตรียมรวบรวมประมวลบทเรียนการดำเนินงานที่ผ่านมาทั้งหมด เช่น
การจัดซื้อแท็บเล็ตควรดูว่า สเปกที่กำหนดควรเป็นอย่างไร ที่สำคัญต้องดูข้อกำหนด
และเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) หลักเกณฑ์การประมูล
การตรวจสอบคุณสมบัติผู้ขายหรือผู้ผลิต ซึ่งในกรณีเป็นบริษัทต่างประเทศ
มีหลักเกณฑ์ใดที่สอดคล้องกับหลักสากล
เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ผู้ขายหรือผู้ผลิตที่ทำได้จริง เป็นต้นทั้งนี้
ในส่วนวิธีการประมูลจะต้องประเมินอีกครั้งว่า จะใช้วิธีใด
ซึ่งจะประมูลหน่วยงานเดียวแบบเดิม หรือแยกการประมูลของแต่ละหน่วยงาน
เพราะการจัดซื้อแท็บเล็ตครั้งนี้มีส่วนราชการอื่นประมาณ 7-8หน่วยงาน
ที่เป็นเจ้าของงบประมาณ อย่างไรก็ตาม ต้องประเมินมาให้ดีที่สุด
และให้รีบตัดสินใจบนพื้นฐานของการสรุปบทเรียน และการป้องกันปัญหา.
วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2557http://www.thairath.co.th/content/401680
Page | 23
วันที่ 20 เมษายน 2557
อาจารย์ประจำบทเรียน
ว่าที่ร้อยตรีหญิง ดร. ชัชญาภา วัฒนธรรม
ผู้เข้ารับการอบรม : นายจำลอง ขุนทองจันทร์ 1011003013 *
แบบทดสอบ
นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา (5 คะแนน) เริ่มเวลา 09.00-12.00 น.
วันที่ 20 เมษายน 2557 ให้ทุกท่านตอบคำถาม
"นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ" ที่ให้ไปตามลำดับ โดยให้ศึกษา ค้นคว้า สรุป ด้วยกระบวนการวิเคราะห์
การประชุมทางไกล
(VDO.conference)ส่งานอาจารย์ทาง Blogger
1. อธิบายความหมาย บอกคุณลักษณะ
ประโยชน์ ข้อดี ข้อจำกัด
1.1.อธิบายความหมายการประชุมทางไกล
หรือ วีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ (VDO Conference)
การประชุมทางไกล (Videoconference)
คือ การนำเทคโนโลยีสาขาต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ กล้องโทรทัศน์
และระบบสื่อสารโทรคมนาคมผสมผสาน
เป็นการประชุมที่ผู้เข้าร่วมประชุมอยู่กันคนละสถานที่ ไม่จำกัดระยะทาง
สามารถประชุมร่วมกันและมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกันได้
การส่งข้อความและภาพสามารถส่งได้ทั้งทางสายโทรศัพท์ คลื่นไมโครเวฟ
สายไฟเบอร์ออฟติกของระบบเครือข่าย และการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม โดยการบีบอัดภาพ
เสียงและข้อความ กราฟิกต่างๆ ไปยังสถานที่ประชุมต่างๆ
ทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถเห็นภาพและข้อความต่างๆ
เพื่ออภิปรายร่วมกันได้เพื่อสนับสนุนในการประชุมให้มีประสิทธิภาพ
1.2 คุณลักษณะการประชุมทางไกล
หรือ วีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ (VDO Conference)
Video conference หรือการประชุมทางไกล
ถูกออกแบบมาเพื่อให้คนหรือกลุ่ม คน
ซึ่งอยู่กันคนละสถานที่สามารถติดต่อกันได้ทั้งภาพและเสียง โดย
ผ่านทางจอภาพซึ่งอาจเป็นคอมพิวเตอร์หรือโทรทัศน์ ผู้ชมที่ฝั่งหนึ่งจะเห็นภาพของอีกฝั่งหนึ่งปรากฏอยู่บนจอโทรทัศน์ของ
ตัวเองและ ภาพของตัวเองก็จะไปปรากฏยังโทรทัศน์ของฝั่งตรงข้ามเช่นเดียวกัน
คุณภาพของภาพและเสียงที่ได้จะขึ้นอยู่กับความเร็วของช่องทางสื่อสารที่
ใช้เชื่อมต่อระหว่างทั้งสองฝั่งอุปกรณ์ที่ต้องมีในระบบประชุมทางไกลนี้ ก็ ได้แก่
จอโทรทัศน์หรือคอมพิวเตอร์, ลำโพง, ไมโครโฟน,
กล้อง และอุปกรณ์ ข้อดีของการประชุมทางไกล คือ
สามารถให้ความสะดวกในการติดต่อสื่อสารกัน ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปถึงอีกฝั่งหนึ่ง
ซึ่งจะประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย และยังช่วยแก้ปัญหาจราจรได้ทางหนึ่ง Video
conference
1.3ประโยชน์การประชุมทางไกล หรือ
วีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ (VDO Conference)
1. Quality = ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้แก่องค์กร เนื่องจากการประชุมระบบ video
conference นี้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ตลอดเวลาทุกสถานที่ไม่จำกัด
เมื่อเกิดปัญหาในการทำงานสามารถปรึกษาหารือร่วมกันแสดงความคิดเห็นและ
Page | 24
หาแนวทางวิธีการในการแก้ไขปัญหาได้ทันที
และมีประสิทธิภาพ เป็นการส่งเสริมคุณภาพและภาพลักษณ์ขององค์กรให้ดียิ่งขึ้นเนื่องจากมีการนำเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยเข้ามาใช้งาน
และยังเป็นการสร้างสัมพันธภาพภายในองค์กรทำให้เกิดทัศนคติที่ดีในการทำงาน
ส่งผลให้งานออกมามีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น
2. Cost =
สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการประชุมในแต่ละครั้ง
เช่น ค่าอาหาร
ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ช่วยให้ประหยัดเวลาในการเดินทางจากที่ต่าง ๆ เพื่อเข้าร่วมประชุม
และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง
3. Delivery =
ช่วยให้การติดต่อสื่อสารกันได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นทั้งภายในและต่างประเทศ
ข้อมูลข่าวสารสารสนเทศต่าง ๆ ถูกถ่ายทอดไปยังผู้อื่นได้ในเวลาเดียวกันพร้อม ๆ
กันด้วยความทันสมัย รวดเร็วและสามารถตอบสนองความต้องการของธุรกิจ
เนื่องจากผู้เข้าร่วมประชุมสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโต้ตอบซึ่งกันและกัน
ร่วมกันตัดสินใจทำงานเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว
4. Money , Profit = เนื่องจากเป็นการลดต้นทุนด้านค่าใช้จ่ายในการประชุมแล้ว
ช่วยให้องค์กร
มีผลกำไรจากการดำเนินธุรกิจเพิ่มมากขึ้น
เป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้แก่องค์กร
เพราะมีการนำ
เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้งานในองค์กร ทำให้เป็นที่รู้จัก
น่าเชื่อถือและมีชื่อสียงในด้านเทคโนโลยี
ที่ล้ำหน้า เป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้าเลือกที่จะเข้ามาใช้บริการ
ทำให้องค์กรมีผลกำไรที่เพิ่มขึ้น
1.5ข้อดีการประชุมทางไกล หรือ วีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ (VDO Conference)
– ประหยัดเวลาในการเดินทาง
–
ลดค่าใช้จ่าย
–
ลดเวลาการอยู่ในสำนักงาน
–
สามารถเปลี่ยนสถานที่ทำงานไปเรื่อยๆ
–
สร้างความสะดวสบายในการทำงานเพราะทำอยู่กับบ้าน
–
สามารถทำงานอื่นๆ ส่วนตัว ได้ในเวลาเดียวกัน
–
ช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัด และมลภาวะ
1.6ข้อจำกัด การประชุมทางไกล หรือ
วีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ (VDO Conference)
–
ขาดมนุษย์สัมพันธ์ในการทำงาน
– ขาดเวลาเป็นส่วนตัว
– การเปิดโอกาสให้ข้อมูลถูกจารกรรมจากบุคคล
Page | 25
2. แทรกตัวอย่างรูปภาพ หรือ แทรกวิดีโอ การประชุมทางไกล หรือ
วีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ (VDO
3. ท่านจะนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน หรือหรือ ชีวิตประจำวัน หรือ ในหน่วยงาน
องค์กรได้อย่างไร
ประยุกต์ใช้ในงานด้านการศึกษา
เทคโนโลยีสารสนเทศที่นำมาใช้สำหรับการเรียนการสอน เป็นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่หลายอย่าง
สอนด้วยสื่ออุปกรณ์ที่ทันสมัยห้องเรียนสมัยใหม่ มีอุปกรณ์วิดีโอโปรเจคเตอร์ (Video
Projector)มีเครื่องคอมพิวเตอร์ มีระบบการอ่านข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แบบต่าง
ๆ รูปแบบของสื่อที่นำมาใช้ในด้านการเรียนการสอน
ก็มีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการนำมาใช้ เช่น
คอมพิวเตอร์ช่วยสอนอิเล็กทรอนิกส์บุค วิดีโอเทเลคอนเฟอเรนซ์ ระบบวิดีโอออนดีมานด์
การสืบค้นข้อมูลในคอมพิวเตอร์ และระบบอินเทอร์เน็ต เป็นต้น
4. ระบุข้อเสนอแนะ ติ ชม ทุก ๆ ด้าน จากการอบรมของ ดร.ชัชญาภา วัฒนธรรม
(ข้อนี้ไม่มีความสัมพันธ์กับคะแนนข้อที่ 1-3)
ทำให้เกิดโลกทรรน์สมัยใหม่ผมที่มีความรู้อันน้อยนิดเมื่อเรียนวิชานวตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา
ในครั้งนี้ก็ถือว่า
การเรียนการสอนนั้นก็อยุ่ในค่อนข้างดีครับ
ขอขอบคุณที่มา
http://www.l3nr.org/posts/462049
Page | 26
หลักสูตรที่ 8
นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา
วิทยากรประจำหลักสูตรที่ 8 นวตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษามาตรฐานวิชาชีพคุรุสภา
ระหว่างวันที่ 16-22 เมษายน 2557
ผศ. ดร.ไพรัช สู่แสนสุข
อ. ดร. เจนศึก โพธิศาสตร์
ว่าที่ร้อยตรีหญิง ดร. ชัชญาภา วัฒนธรรม
ผศ. ประเสริฐ แซ่เอี๊ยบ
ผู้เข้ารับการอบรม : นายจำลอง
ขุนทองจันทร์ 1011003013